LPP ตอกย้ำความเป็นผู้นำ Property Management ที่ “สร้างผลลัพธ์จริง” หลัง ‘อาคารปัน’ คว้ารางวัล Thailand Energy Awards 2025 ยืนยันศักยภาพการบริหารอาคารที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และดึงดูดผู้เช่าคุณภาพ

19 January 2026

โควิดเป็นจุดเปลี่ยนให้กับหลายธุรกิจ เช่นเดียวกับที่่ บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด หรือ LPP ในเครือบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดี เวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN (แอลพีเอ็น) ก็สร้างการเปลี่ยนแปลงหลังโควิดซาลงเช่นกัน เพราะหลังจาก LPP เดินหน้าออกมาทำธุรกิจสร้างรายได้

นอกเหนือจากดููแลโครงการในเครือ LPN ได้ 7 ปี LPP ก็มั่นใจที่่จะปักธงให้กับแบรนด์อย่างชัดเจนขึ้นว่าจะเป็นผู้ให้บริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์แบบ “ครบวงจร” ที่่ครอบคลุมโครงการอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภททั้งโครงการประเภท ที่อยู่ อาศัยและไม่ใช่ที่อยู่ อาศัย ไม่จำกัดเฉพาะโครงการของแอลพีเอ็น รวมทั้งขยายไปถึงการให้บริการตั้งแต่การบริหารงานขายจนถึงดููแลหลังการขายในทุกมิติ ด้วยเป้าหมายขยายการเติบโตของธุรกิจที่สามารถทำกำไรสุทธิไม่ต่ำกว่าปีละ 10% และตั้งเป้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตามบริษัทแม่ในอนาคต

แบรนด์ LPP มีที่มามีการเติบโต และแนวโน้มที่จะเดินต่อไปข้างหน้าอย่างไร สมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล พี พีพรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด คือผู้ที่บอกเล่าเรื่องราวได้ดีที่สุด ในฐานะที่อยู่กับแบรนด์มาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มก่อตั้งขึ้นเป็นหน่วยงานหนึ่งในแอลพีเอ็น เพื่อดููแลบริหารอาคารลุมพินี ทาวเวอร์ โครงการแรกของแอลพีเอ็นที่ เริ่มก่อสร้างพร้อมกับการจัดตั้งบริษัทขึ้นเมื่อปี 2532 โดย LPP เกิดขึ้นในปี 2535 หรือ 3 ปีหลังจากนั้นเมื่อโครงการแรกข องบริษัทก่อสร้างแล้วเสร็จ

ย้อนจุดยืนตั้งแต่ก้าวแรกของ LPP

หลังจากก่อสร้างอาคารลุมพินี ทาวเวอร์แล้วเสร็จในปี 2535 ตามกฎหมายต้องหาบริษัทที่่จะมาบริหารโครงการ แต่หาเท่าไรก็ไม่ตอบโจทย์ เพราะแอลพีเอ็นมีแนวคิดว่า “ต้องดููแลหลังการส่งมอบแบบ 100%” ซึ่งไม่ใช่แค่ฮาร์ดแวร์แต่ต้องเป็นซอฟท์แวร์ รวมถึงบุุคลากร ด้วย พอไม่ตอบโจทย์เลยตั้งทีมเพื่อบริหารเองจนกลายเป็นจุดกำเนิดของ LPP มาตั้งแต่ตอนนั้น

จากนั้นมาแอลพีเอ็นก็กำหนดนโยบายเลยว่า LPP จะต้องไปรับบริหารทุกโครงการของแอลพีเอ็นจนถึงตอนนี้้จึงถือว่าได้ว่า LPP มีประสบการณ์บริหารโครงการมายาวนานมากกว่า 32 ปี

จัังหวะของการ Spin-off

เมื่อ 7 ปีที่ผ่านมาประมาณปี 2560 ก็คิดกันว่า เมื่อ LPP แข็งแกร่งเพียงพอแล้ว แทนที่่จะดููแค่เฉพาะโครงการในเครือก็ขยายไปรับบริหารโครงการของดีเวลลอปเปอร์ อื่นทั่วไปด้วยเลย ซึ่งถ้าพิจารณาแล้วก็พูดได้จริงๆ ว่าเรื่องการบริหารจัดการอาคารชุดในไทยนั้นเพิ่งมีมาประมาณเท่าๆ อายุุของ LPP แต่อ่อนกว่านิดหน่อย เพราะตอนเราเริ่มกฎหมายก็ยังไม่มี การดููแลของเราจึงไม่ได้ไปเปรียบเทียบ แข่งขันหรือเน้นการเติบโต เพราะนโยบายของบริษัทแม่คือ ให้เป็นผู้ดููแลเพราะฉะนั้นจะไม่เกี่ยวกับกำไรขาดทุน มีแต่ความใส่ใจต้องดููแล เป็นเซอร์วิสโอเรียนเต็ด (Service-Oriented) จนมาถึงจุดที่่แยกตัวออกมาก็เพราะคิดว่าเหมาะสมที่่บริษัทจะดููแลตัวเองได้แล้ว

การแยกบริษัทจึงถือเป็นการพิจารณาจากภายในเป็นหลัก หนึ่งในนั้นคือทำให้การดำเนินงานของแต่ละธุรกิจที่่แตกต่างมีความชัดเจนมากขึ้น ตัวอย่าง เช่น กำไรจากการบริหารโครงการเป็นธุรกิจบริการทำกำไรอย่างไรก็ไม่มากไปกว่า 10-12% ขณะที่ธุรกิจการพัฒนาโครงการของแอลพีเอ็นช่วงธุรกิจบูม สามารถทำกำไรได้ดี แต่บางช่วงก็อาจจะลดลงจากภาวะการแข่งขันสูง และที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ LPP เองก็มีการเติบโตมีปริมาณโครงการที่่ให้บริการบริหารจัดการสะสมเพิ่มขึ้นมากพอที่่จะแยกตัวออกมาดููแลตัวเองในทุกมิติได้

ความรู้สึกตอนที่่ต้องแยกธุรกิจออกมา ยืนด้วยตัวเอง

ตอนนั้นมีรู้สึกเคว้งคว้างบ้างเพราะจะต้องไปดููแลโครงการข้างนอกที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน และไม่ได้มีดีเวลลอปเปอร์อื่นที่จะมาให้เราบริหารจัดการ นิติบุคคลอื่นๆ เขาก็มีกันอยู่แล้ว เราก็อยู่แต่ในวงของเราอีกทั้งการเป็นส่วนหนึ่งของแอลพีเอ็น กว่าจะเข้าไปบริหารจัดการในแต่ละโครงการ เรายังมีส่วนร่วมตั้งแต่พัฒนาโครงการ เพราะหลังออกแบบโครงการ LPP จะเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถ เข้าไปร่วมแสดงความเห็นได้ว่ามีส่วนไหนที่จะมีผลต่อการบริหารจัดการโครงการที่่อาจจะกระทบต่อค่าใช้จายของเจ้าของร่วมซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายระยะยาวเพิ่มขึ้นหรือไม่ เราจะมีส่วนร่วมที่จะปรับเปลี่ยนได้ แต่พอเป็นโปรดักส์ของคนอื่นเราไม่รู้เลยจะมาอย่างไรก็ต้องรับ ความแตกต่างนี้้ เป็นสิ่งที่่เราต้องทำความเข้าใจและปรับตัว

แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน LPP มีสัดส่วนโครงการที่รับบริหารจัดการที่่ เป็นโครงการของแอลพีเอ็น 60% และเป็นโครงการจากภายนอกเพิ่มเป็น 40% จากโครงการของเกือบทุกดีเวลลอปเปอร์เว้นก็แต่บริษัทที่มีบริษัทลูกที่ตั้งขึ้นมาบริหารจัดการเอง รวมทั้งหมดมีโครงการที่ รับบริหารจัดการอยู่จำนวน 261 โครงการ เป็นจำนวนลูกบ้านกว่า 4 แสนราย บนพื้นที่กว่า 11 ล้านตารางเมตร จัดเป็นท็อป 3 ของบริษัทบริหารจัดการโครงการอสังหาริทรัพย์ที่่มีการบริหารดููแลโครงการอสังหาริมทรัพย์มากที่่สุดของประเทศ โดยปี 2567 นี้้ เราตั้งเป้าว่าจะมีโครงการที่่ เข้าไปบริหารโครงการเพิ่มประมาณ 30 โครงการ และมีรายได้รวมประมาณ 1,800 ล้านบาท

LPP มีกระบวนการและขั้นตอนการเข้าไปรับบริหารโครงการอย่างไร

แม้ว่าเหตุุผลที่่โครงการต่างๆ เลือกใช้บริการของ LPP ส่วนสำคัญมาจากประสบการณ์ของลูกค้าที่่เคยใช้บริการ โดยเฉพาะหลังจากที่่บริษัทแยกตัวออกมารับงานโครงการภายนอกแล้ว โครงการส่วนใหญ่ที่เข้ามาเป็นลูกค้าล้วนมาจากการบอกต่อ จากจุดเด่นในการเน้นใช้ทรัพยากรของบริษัทในการสร้างประสิทธิภาพในการให้บริการ ที่่สามารถเปรียบเทียบได้ชัดเจนจากผู้ให้บริการรายอื่น

เรามีประสบการณ์บริหารจัดการโครงการตั้งแต่ระดับกลางล่างโดยเฉพาะโครงการของแอลพีเอ็นเอง ไปจนถึงระดับไฮเอ็นด์ (High-end) ซึ่งล้วนเป็นประสบการณ์บริหารจัดการโครงการที่่แตกต่างหลากหลายที่่เราใช้ในการเข้าไปเสนอบริการ โดยในการเสนอบริการเราจะเริ่มตั้งแต่สำรวจโครงการ ดููข้อมูลเท่าที่มีและที่สามารถหาเพิ่มเติมได้เพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องอัตรากำลัง และการรับมือกับทรัพยากรที่กำลังจะเข้ามาอยู่ในการบริหารจัดการว่ามีสภาพเป็นอย่างไรต้องใช้พลังแค่ไหน เพื่อสรุปและเสนอความคิดเห็นเมื่อเข้าประชุมกับคณะกรรมการนิติบุคคลเพื่อเสนอราคาในครั้งแรก เป็นขั้นตอนแรกที่เราทำในทุกโครงการที่เข้าไปรับบริหารงานใหม่

โดยสรุปก็คือ สำรวจ สรุปข้อมูลที่เป็นอยู่และนำเสนอแผนการบริหารจัดการ ยากง่ายก็ขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น โครงการใหม่หรือเก่า งานระบบที่ใช้อยู่มีความสมบูรณ์แค่ไหน โดยเราจะเน้นให้บริการแบบป้องกันและดููแลรักษา เพราะเชื่อว่าการดูแลอย่างสม่ำเสมอจะช่วยยืดอายุุของระบบต่าง เราจะใช้ประสบการณ์ให้ความคิดเห็นต่อคณะกรรมการนิติบุคคลของโครงการว่าต้องให้ความสำคัญกับ พื้นที่ ส่วนกลาง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัยและทรัพย์สิน อย่างอาคารสูงระบบลิฟท์ถือว่าสำคัญเราก็พยายามสร้างความเข้าใจว่า อะไรเป็นความเสี่่ยงโดยไม่เน้นเรื่องการประหยัดค่าใช้จ่ายในการดููแลเพราะหากเกิดปัญหาจะต้องใช้เงินเพื่อแก้ไขมากกว่าการดููแล

แผนการขยายธุรกิจในอนาคตนอกเหนือจากการรับบริหารโครงการ

เราต่อยอดคำว่าครบวงจรในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ไปเรื่อยๆ ล่าสุด การเป็นโบรกเกอร์รับบริหารฝากขาย-ฝากเช่าห้องชุดเริ่มจากในเครือแอลพีเอ็น ตอนนี้้เราขยายไปรับบริหารการขายให้กับโครงการของดีเวลลอปเปอร์รายอื่นซึ่งเป็นโปรดักส์ใหม่เรามีงาน รปภ. แม่บ้าน การรับบริหารงานขายโครงการบริหารลานจอดรถ ทุกพื้นที่ทุกอย่างที่เราขยายธุรกิจไปจะพิจารณาให้อยู่ในกรอบของคำว่า “ครบวงจร” ซึ่ง จากนี้้ไปในส่วนของ LPP เมื่อมีความเป็นแบรนด์ และธุรกิจที่ชัดเจนก็คงจะต้องมีการทำตลาดมากขึ้น

โดยล่าสุด LPP ได้รับความไว้วางใจจากจุฬาฯ ให้เป็นผู้บริหารหอพัก CU I HOUSE และ U – Center ซึ่งถือเป็นอีกความภูมิใจ เพราะได้รับเสียงตอบรับจากผู้ปกครองนักศึกษาว่ารู้สึกไว้วางใจเมื่อรู้ว่าหอพักเหล่านั้นได้รับการบริหารโดย LPP

รูปแบบธุรกิจการให้บริการบริหาร จัดการโครงการจะเติบโตไปในรููปแบบใด

ถ้าเป็นเรื่องของอาคารชุดซึ่งเป็นรูปแบบที่ LPP ให้บริการเป็นหลักอยู่ ณ ตอนนี้ การอยู่อาศัยในอาคารชุดของไทยยังถือว่าพัฒนาช้ากว่าในบางประเทศอย่างสิงคโปร์ ฮ่องกง ที่่ถือว่าพัฒนามาก่อนหน้าไทยเป็นสิบๆ ปี ซึ่งจากการไปดููงานด้านนี้ ก็พบว่าการบริหารจัดการนั้นสามารถพัฒนาโดยนำเทคโนโลยีหรือระบบต่างๆ เข้ามาใช้งานระหว่างผู้ให้บริการดูแลกับเจ้าของร่วม โดยมีเพียงพนักงานประจำเพียงคนเดียวสามารถดููแลผู้อยู่อาศัยได้หลายร้อยยูนิตซึ่งเชื่อว่าแม้ประเทศไทยจะยังคุ้น เคยกับการให้บริการด้วยบุุคลากร แต่ในอนาคตก็คงต้องไปพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน และ LPP ก็เริ่มที่จะพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับการให้บริการผู้อยู่อาศัยในโครงการต่างๆ เพิ่มขึ้นเช่นกัน

คณะกรรมการนิติบุคคลตัวแปรสำคัญสร้างชุมชนน่าอยู่

หากถามว่าผู้อยู่อาศัยพัฒนาความเข้าใจเรื่องการบริหารจัดการโครงการมากขึ้น แค่ไหนในช่วงกว่า 32 ปีทีผ่านมา สมศรี ยอมรับว่า เจ้าของร่วมส่วนใหญ่มีความรู้มากขึ้นในเรื่องของ พรบ.อาคารชุด และเข้าใจ เรื่องการอยู่อาศัยมากขึ้น แต่การจะทำ ให้การบริหารง่ายหรือยากไม่ได้อยู่ที่ความรู้แต่อยู่ที่วัตถุุประสงค์ของแต่ละคน เพราะการจะทำให้แต่ละชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ที่ความเข้าใจ การยอมรับเพื่อส่วนรวมแต่ถ้าคนที่่ไม่มีความคิดเชิงบวกก็จะหาช่องว่างที่่จะให้ได้ประโยชน์ส่วนตัว ฉะนั้นการบริหารโครงการยังคงมีความท้าทายมากขึ้น

ดังนั้น ตัวแปรสำคัญและเป็นตัวกลางระหว่างบริษัทที่เข้ามาให้ บริการอย่าง LPP กับเจ้าของร่วม ก็คือคณะกรรมการนิติบุคคลในแต่ละโครงการ ซึ่งต้องมีทั้งความเข้าใจลูกบ้านหรือเจ้าของร่วมในฐานะผู้อยู่อาศัยเข้าใจกฎระเบียบกิติกา หน้าที่และที่สำคัญต้องมีความเป็นจิตอาสาที่จะเข้ามาทำงานในฐานะคณะกรรมการฯ

“ในการบริหารฯ จะมีตัวแทนที่เรียกว่าคณะกรรมการฯ คนกลุ่มนี้ถ้าเจตนาต้องการที่จะอาสาเสียสละทำ อะไร เพื่อชุมชนที่เป็นบ้านของเขา ก็จะใช้การพูดคุยสื่อสารที่ทำความเข้าใจได้ไม่ยาก ยอมรับว่าอาจจะต้องมีการเข้าไปมีส่วนกระตุ้นแบบมีกระบวนการบ้าง เพื่อให้เกิด Check and Balance เช่น เรื่องคณะกรรมการฯ ต้องมีขั้นตอน ส่งใบสมัครล่วงหน้าเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ และเป็นธรรมดาที่่มีคนสมัครน้อยเพราะเป็นงานอาสาไม่มีค่าตอบแทน บางโครงการจึงมีการเชื้อเชิญบ้าง แต่อย่างไรคณะกรรมการฯ ทุกคนก็ต้องผ่านการคัดเลือกโดยเจ้าของร่วม ซึ่งทุกวันนี้้จะมีผู้มีส่วนร่วมประมาณ 30% ซึ่งถือว่าผ่านเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดและถือว่าเป็นสัดส่วนที่มากแล้ว เมื่อเทียบกับทั่วๆ ไป”

นอกจากนี้สิ่งที่ LPP ให้ ความสำคัญเป็นอย่างมากคือ ความโปร่งใส ในวาระแรกของการแต่งตั้งกรรมการจะต้องให้เจ้าของร่วมในที่่ประชุมอาสาเข้ามาเพื่อตรวจสอบกันเองให้ การเลือกตั้งแต่งตั้งถููกต้องตามกติกา

“เราเคยถูกแซวว่า อยู่โครงการที่ LPP บริหาร เหมือนอยู่โรงเรียนเราเป็นเหมือนครููใหญ่ แต่พอทำความเข้าใจส่วนใหญ่ก็จะยอมรับ คือเราไม่ใช่เจ้าของเราไม่มีอำนาจ แต่เจ้าของร่วมถ้าคุ้นชินแล้วก็จะทำ ให้การอยู่อาศัยร่วมกันเป็นมีความเป็นระบบน่าอยู่” สมศรี กล่าว

อรกัญญา ล่าลี หรือ หลิน

ขณะที่่ฝ่ายเจ้าของร่วม อรกัญญา ล่าลี หรือ หลิน ในฐานะรองประธานคณะกรรมการนิติบุคคลโครงการลุุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต สะท้อนภาพการทำ งานจากฝั่งตัวแทนของลููกบ้านว่า อาสาเข้ามาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการครั้งแรกในโครงการนี้้ แม้จะเคยซื้อโครงการแอลพีเอ็นมาแล้วหลายแห่ง เพราะชอบในความชัดเจนของกฎกติกาที่กำหนดไว้ และการให้สิทธิคณะกรรมการในการพิจารณาตัดสินใจตามที่่เจ้าของร่วมส่วนใหญ่ต้องการได้ จริง จากการมีทางเลือกที่หลากหลาย ทำให้ เธอตัดสินใจเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในคณะกรรมการฯ

“ยอมรับว่าแรกๆ ก็ตกกระไดพลอยโจร จากการเข้าไปร้องเรียนพูดคุยเรื่องน้ำประปามีสีแดง จนได้รับการชักชวนให้เข้าร่วมหลังคณะกรรมการชุดเก่าหมดวาระ เพราะโดยส่วนตัวไม่ได้มี จิตอาสามากขนาดนั้น ทำให้คิด อยู่นาน กระทั่งได้รับรู้ว่าอำนาจหน้าที่ของกรรมการมีบทบาทที่่จะเป็นตัวแทนจัดการเรื่องต่างๆ ตามที่่เจ้าของร่วมต้องการได้จริง ไม่ใช่จากการชี้นำของผู้บริหารจัดการโครงการโดยที่ไม่มีตัวเลือกที่ฝั่งเจ้าของร่วมพอใจ จึงตัดสินใจเข้ามาทำ” หลิน กล่าว

อธิบายให้ เห็นภาพง่ายๆ การบริหารจัดการโครงการหนึ่งภายใต้ LPP ก็จะประกอบด้วย คณะกรรมการนิติบุุคคลที่ประกอบด้วย ประธาน รองประธาน และกรรมการทั่วไปตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะมาจากการเลือกตั้งจากฝั่งของเจ้าของร่วม และทำงานร่วมกับทีมบริหารจัดการของ LPP ซึ่งจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อเข้ามาควบคุมการทำงานของนิติบุุคคล เปรียบแล้ว เหมือนคณะกรรมการเป็น สส. ที่มีทีมงานราชการเป็น ผู้ทำงานเสนอเรื่อง ให้คณะกรรมการฯ เป็นผู้อนุุมัติสั่งจ่าย

“สมมติถ้ามีโครงการอะไร LPP จะเป็นผู้คัดเลือกเช่นผู้รับเหมางานต่างๆ มาให้ คณะกรรมการเป็นคนคัดเลือกและอนุุมัติ ถ้าคณะกรรมการเห็นว่าตัวเลือกที่เสนอมายังไม่ตรงใจ ก็สามารถให้คัดเลือกเสนอมาเพิ่มได้ คณะกรรมการฯ ที่่นี่่เราจะไม่อนุุมัติแบบจำยอม หรือแบบไม่มีตัวเลือกทำให้การทำงานโปร่งใสจากการทำงานร่วมกันทั้งสองฝ่าย”

เรียกว่า คณะกรรมการจะทำอะไรตามใจก็ไม่ได้ต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนเจ้าของร่วมอย่างแท้จริงขณะที่่บริษัทที่บริหารจัดการก็ต้องมีข้อมูล มีกระบวนการและขั้นตอนที่ชัดเจน ทำให้โครงการลุุมพินี ทาวน์ชิิปรังสิต ซึ่งมีจำนวนกว่า 10,000 ยููนิต เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและน่าอยู่ซึ่ง คณะกรรมการชุดแล้วชุดเล่าและทีมบริหารต้องฝ่าฟันกับเสียงสะท้อนจากกฎระเบียบต่างๆ ที่่ออกไป โดยมีธงร่วมกันที่จะทำให้ชุมชนน่าอยู่ได้ อย่างแท้จริง

หลิน ยังบอกด้วย ว่า ภายใต้คณะกรรมการฯ ชุดปัจจุุบัน ยังมีการตั้งเป้าหมายการพัฒนาชุมชนไว้ชัดเจนด้วย ที่่โดดเด่นมากคือการส่งเสริมชุมชนสีเขียวในระดับที่่สามารถเป็นแบบอย่างให้โครงการอื่นได้ ขณะที่่การบริหารจัดการพื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ นอกจากดููแลรักษาให้บริการใช้งานได้จริง ยังพัฒนาให้เกิดสปอร์ต คอมมููนิตี้ขึ้นในโครงการ ทำให้ลููกบ้านมีกิจกรรมสัมพันธ์ร่วมกันหลากหลายและเกิดการใช้ประโยชน์จาก Facilities ต่างๆ ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อการอยู่อาศัยได้จริง ทั้งสระว่าย ยน้ำฟิตเนส สนามฟุตซอลสนามแบดมินตัน สนามบาสเก็ตบอล จนถึงขั้นสามารถจัดกิจกรรมกีฬาในโครงการ ไปจนถึงมินิมาราธอนภายในโครงการ และกิจกรรมในวันสำคัญอื่น ๆ

“ต้องบอกว่าคณะกรรมการฯ ที่นี่ดีมากเดิมการจัดงานจะมีค่าใช้จ่าย อันนี้กรรมการเขาไม่คิดค่าใช้จ่าย เป็นการส่งเสริมการรักษาสุขภาพและให้หันมาใช้พื้นที่ส่วนกลางเดิมสระว่ายน้ำจ่ายสามสิบบาท สนามต่างๆ ไม่คิดแต่ต้องมาลงทะเบียนกับเรา ทำให้ลููกบ้านมีส่วนร่วมใช้ส่วนใหญ่ที่มาเล่นจะรู้จั้กกันแล้ว มีกลุ่มกีฬาต่างๆ ทำให้นอกจากการเป็นชุมชนสีเขียวกิจกรรมเหล่านี้ก็ถือเป็นจุดเด่นของโครงการอีกด้วย ” อรกัญญา กล่าวทิ้งท้าย